Home : พื้นฐานการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง : ลดน้ำหนัก กับ ควบคุมน้ำหนัก เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ลดน้ำหนัก กับ ควบคุมน้ำหนัก เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หมวดหมู่ พื้นฐานการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

ลดน้ำหนักกับควบคุมน้ำหนัก เหมือนหรือต่างกันอย่างไรปัจจุบันมีหลายคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง อยากจะลดสัดส่วน ในขณะที่บางคนมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวที่เกินมาตราฐานจึงอยากลดน้ำหนัก แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบถึงความแตกต่างของคำว่า “ลดน้ำหนัก” กับ “ควบคุมน้ำหนัก” ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร
วิธีการที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำยอดฮิตก็มีตั้งแต่ การออกกำลังกาย การอดอาหารบางมื้อ หรือแม้กระทั่งงดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ฯลฯ แต่เชื่อหรือไม่ว่า พวกเขาเหล่านั้นน้อยคนนักที่จะสมหวังดังที่ตั้งใจไว้ คนที่อยากลดน้ำหนัก มีไม่กี่รายที่สามารถลดน้ำหนักได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งใจไว้ ในขณะที่หลายคนอยากระชับสัดส่วน ก็ไม่สามารถมีรูปร่างที่ผอมเพรียวสมใจได้ ทำไมพวกเขาถึงไม่สมหวังกัน ???

เข้าใจความหมายของคำแบบผิดๆ ผลลัพท์จึงผิด

คำว่าลดน้ำหนัก หมายถึง คนที่มีน้ำหนักตัวที่เกินค่าเฉลี่ยมาตราฐานเมื่อเทียบกับคนที่เพศเดียวกันและมีอายุในวัยเดียวกัน คนที่น้ำหนักตัวเกินจึงต้องการทำให้น้ำหนักตัวของตนเองนั้น กลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานของคนในวัยเดียวกัน ซึ่งน้ำหนักตัวที่ลดลงนั้น มาจากปริมาณไขมันสะสมตามร่างกายถูกร่างกายเผาผลาญนำออกไปใช้นั้นเอง

ส่วนคนที่ต้องควบคุมน้ำหนัก หมายถึงคนที่มีน้ำหนักตัวที่อยู่ในเกณฑ์มาตราฐานแล้ว แต่ไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวเกินไปจากนี้ จึงต้อง “ควบคุม” น้ำหนัก ไม่ใช่การ “ลดน้ำหนัก” นั้นเอง

วิธีการปฏิบัติสำหรับการลดน้ำหนัก กับ การควบคุมน้ำหนักแตกต่างกันอย่างไร

แน่นอนว่าการลดน้ำหนักและการควบคุมน้ำหนักนั้น จุดประสงค์ที่แตกต่างกัน วิธีการจึงแตกต่างกันด้วย แต่คนอ้วนหรือคนที่มีปัญหารูปร่างส่วนใหญ่มักเหมารวมและคิดว่าวิธีการปฏิบัติของทั้งสองอย่างนี้เอามาใช้ทดแทนกันได้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สมหวังนั้นเอง

วิธีการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่ต้องการการลดน้ำหนัก
  1. คุณต้องคำนวนก่อนว่า น้ำหนักตัวของคุณในปัจจุบันนี้มันเกินเกณฑ์มาตราฐานแล้วหรือยัง ซึ่งในปัจจุบันนี้คุณสามารถหาค่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสมสำหรับวัยของคุณเองได้หลายวิธี เช่น หาค่า BMI ทั้งนี้ค่า BMI นั้นไม่สามารถเป็นตัวตัดสินได้ว่าคุณมีน้ำหนักเกินมาตราฐานไปมากหรือน้อย เพียงแต่ค่า BMI นั้นเป็นดัชนีชี้วัดจากค่าเฉลี่ยของคนจำนวนหนึ่งว่า มันมีความโน้มเอียงที่จะมีน้ำหนักตัวประมาณเท่าใด คุณสามารถหาค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวของตัวเองได้จากบทความ วิธีคำนวนหาค่า BMI กับการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง
  2. เมื่อรู้แล้วว่าน้ำหนักตัวของเราอยู่ในเกณฑ์เกินมาตราฐานหรืออยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน หากคุณมีน้ำหนักตัวที่อยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน สิ่งที่คุณต้องทำคือ การควบคุมน้ำหนัก ไม่ใช่ การลดน้ำหนัก หากคุณต้องควบคุมน้ำหนักขอให้ข้ามไปอ่านหัวข้อต่อไปได้เลย โปรดจำไว้ให้ดีว่่า ถ้าคุณต้องควบคุมน้ำหนัก แต่คุณดันปฏิบัติตัวแบบคนที่ต้องลดน้ำหนัก คุณจะไม่ได้ผลลัพท์แบบที่ตั้งใจไว้!
  3. ขั้นตอนการลดน้ำหนักลำดับต่อไปคือ การตั้งเป้าหมายเพื่อจัดการกับจำนวนน้ำหนักที่เกินเหล่านั้นออกเป็นขั้นตอน อย่างช้าๆ แต่ได้ผลจริงในระยะยาว ซึ่งในขั้นตอนการลดน้ำหนักนี้มีหลายวิธีที่คนมักนิยมทำกันได้แก่ การเลือกทานอาหาร, การงดทานอาหารบางประเภท (แป้ง, น้ำตาล), การอดอาหารมื้อเย็นหรือเลือกทานอาหารมื้อเย็นเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มื้อใหญ่ เป็นต้น แต่สรุปเนื้อหาแบบสั้นๆ ง่ายๆ แบบเห็นภาพคร่าวๆ ก่อนที่เราจะแนะนำกันเชิงลึกกันต่อไปนั้นก็คิอ คุณต้องกินอาหารให้ได้ครบ 5 หมู่เหมือนเดิม แต่มีจำนวนแคลอรี่ที่น้อยลงกว่าเดิม ไม่ใช่การอดอาหาร หรือการออกไปบ้าพลังออกกำลังกายอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ! ซึ่งเราจะแนะนำวิธีปฎิบัติตัวเมื่อคุณต้องเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการ “ลดน้ำหนัก” อีกครั้งในบทความในลำดับต่อๆ ไป
  4. คุณไม่จำเป็นต้องไปโหมออกกำลังกายมากมาย เพราะการออกกำลังกายในช่วงเวลานี้จะยิ่งทำให้คุณหิว และเมื่อคุณหิว คุณก็ยากที่จะอดใจไม่กิน และเมื่อตบะแตกกินเข้าไปหลังออกกำลังกาย น้ำหนักตัวของคุณจึงไม่หายไปไหน เผลอๆ อาจจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
  5. เมื่อคุณปฏิบัติตัวจนน้ำหนักตัวเริ่มลดลงแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือ เมื่อน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานเมื่อไร คุณต้องเข้าสู่ช่วง “ควบคุมน้ำหนัก”
วิธีการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  1. ควบคุมปริมาณแคลอรี่ของอาหารและเครื่องดื่มที่ทานเข้าไปในแต่ละวัน ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายถึงว่าคุณต้องอดกินอาหารเมนูโปรดไปตลอดกาล เพียงแต่ต้องรู้จักบริหารแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันไม่ให้เกินจากที่ร่างกายต้องการ
  2. ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อจะดึงไขมันส่วนเกินมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้
  3. รูปร่างที่ผอมเพรียวและหุ่นที่กระชับได้รูป ไม่ได้มาจากการอดอาหาร หรือการกินอาหารเสริมลดน้ำหนักใดๆ แต่มาจากกล้ามเนื้อในบริเวณต่างๆ ตามร่างกายที่มันกระชับ เพราะมันไม่มีไขมันสะสมในบริเวณนั้นๆ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่อ้างตัวว่ากินแล้วจะทำให้หุ่นกระชับได้นั้น ถ้ามันไม่ได้เน้นสร้างกล้ามเนื้อ ก็ยากที่หุ่นของคุณจะผอมเพรียวได้อย่างที่ฝันไว้

จะเห็นได้ว่า หลายคนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวที่เกิน เลือกที่จะปฏิบัติตัวด้วยการออกกำลังกาย แต่ไม่ได้เลือกที่จะควบคุมอาหารที่กินเข้าไป ทำให้หลังออกกำลังกาย ร่างกายจะเหนื่อยล้า และต้องการสารอาหารและพลังงาน จึงมีไม่กี่คนที่จะใจแข็งพอที่จะไม่กินอาหารตามลงไปหลังออกกำลังกาย ดังนั้นหากคุณอยู่ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ แค่คุณเดินให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไว้น้ำหนักตัวคุณกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติเมื่อไรค่อยออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อก็ยังไม่สายครับ

ในขณะที่บางคนนั้น มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง แทนที่เขาจะคุมอาหารและเริ่มออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ แต่หลายคนกลับเลือกที่จะคุมแต่อาหาร หรือเผลอๆ อาจจะอดอาหารไปเลย แล้วคิดเอาเองว่า ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก ของตัวเองที่มันบวมๆ บานๆ อยู่นั้นมันจะลดลง ขอบอกว่าคุณเลิกฝันแบบนั้นได้เลยครับ! เพราะการกระชับสัดส่วนนั้น มาจากกล้ามเนื้อที่รีดไขมันออกไปเท่านั้น การอดอาหารหรือแค่คุมอาหาร ไม่สามารถทำให้หุ่นของคุณกลับมากระชับได้เหมือนเดิมแน่นอน

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่ที่เข้าใจความหมายของคำว่า ลดน้ำหนัก และคำว่า ควบคุมน้ำหนัก ผิด พวกเขามักจะไม่สามารถแก้ไขปัญหารูปร่างไม่สมส่วน หรือน้ำหนักตัวที่เกินมาตราฐานไปได้ เพราะเขาเข้าใจผิด เลยเลือกวิธีปฏิบัติในการแก้ปัญหาผิดไปด้วยนั้นเอง

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง