Home : เคล็ดลับการลดน้ำหนัก : ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้หน้าดูโทรม?

ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้หน้าดูโทรม?

หมวดหมู่ เคล็ดลับการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักอย่างไรให้หน้าไม่โทรมเวลาที่คนส่วนใหญ่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อหวังผลให้ผอมลงอย่างรวดเร็วนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือ ส่วนมากใบหน้าและรูปร่างของพวกเขามักจะดูโทรมไม่สดชื่นเหมือนเดิม แก้มตอบ ขอบตาหมองคล้ำ ทำให้หน้าตาดูไม่สวยเหมือนเดิม วันนี้เรามีเคล็ดลับในการลดน้ำหนักให้ได้ผลโดยที่ใบหน้าไม่โทรมมาฝากครับ

ทำไมคนส่วนใหญ่เวลาลดน้ำหนักแล้วหน้าโทรม?

โดยปกติคนทั่วไปเลือกวิธีลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่รู้ว่าจะเกิดกับตัวเองเมื่อตัดสินใจลดน้ำหนัก นั้นคือในช่วง
เวลาที่ร่างกายกำลังเร่งสลายไขมันออกมาใช้เพื่อทดแทนกับพลังงานที่ขาดหายไปในแต่ละวันนั้น ร่างกายของเราจะมีสารอนุมูลอิสระมากขึ้นตามไปด้วย สารอนุมูลอิสระนี่เองที่
เป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ลดน้ำหนักแล้วร่างกายจะโทรม หรือป่วยง่ายมากกว่าตอนที่เรายังไม่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนักเสียอีก

ทำไมถึงมีอนุมูลอิสระมากขึ้นเมื่อเราเข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก?

โดยปกติหากเราไม่ได้อยู่ในช่วงลดน้ำหนักแล้ว เราก็กินอาหารปกติ 3 มื้อ กินอาหาร กินนั้นนี่โน้นตลอด จนร่างกายได้พลังงานจากอาหารมากพอ (หรือเกินความต้องการ) ในแต่ละวัน ส่วนที่เหลือจะถูกแปลงเป็นไขมันสะสม กลายเป็นความอ้วน

แต่เมื่อเราเริ่มลดจำนวนอาหาร ควบคุมอาหารทุกอย่างที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อ แถมยังออกกำลังกายมากขึ้น ทำให้พลังงานที่ได้จากอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน กลไกตามธรรมชาติของร่างกายจึงต้องเริ่มดึงไขมันสะสมออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานทดแทน

การเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงานทดแทนนั้น จะเกิดสารอนุมูลอิสระ ในขณะที่เรากินอาหารน้อยลง ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารในแต่ละวันน้อยลง
(เพราะเราควบคุมเมนูอาหาร และปริมาณอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อ) ดังนั้นอัตราสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีน้อยกว่าจำนวนสารอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายของเราดูโทรมมากกว่าเวลาปกตินั้นเอง

แก้ไขไม่ให้หน้าโทรมตอนเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักได้ยังไง?

แก้ไขง่ายๆ ให้ตรงตามจุดเลยครับ เมื่อเรามีสารอนุมูลอิสระมากขึ้น แต่ตัวต้านมีน้อย เราก็ต้องเพิ่มสารอาหารที่มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระเข้าไปในร่างกาย

สารอาหารที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีมีหลายอย่าง เช่น วิตามินอี และวิตามินซีซึ่งวิตามินเหล่านี้สามารถพบมากในอาหารหลายประเภททั้งในผักใบเขียว ผักสีเหลือง
และสีส้ม ถั่ว และผลไม้หลากหลายชนิด เช่น

กลุ่ม วิตามินอี

  • น้ำมันถั่วเหลือง
  • น้ำมันข้าวโพด น้ำมันจากเมล็ดฝ้ายหรือดอกคำฝอย
  • ถั่วเปลือกแข็งหลายๆ ชนิด เช่น ถั่วลิสง

วิตามินซี

  • ฝรั่ง
  • ส้ม
  • มะนาว
  • มะเขือเทศ
  • คะน้า
  • บรอกโคลี เป็นต้น

อาหารที่มีเบต้าแคโรทีน เช่น มะละกอ แครอต มันเทศ ฟักทอง พริก มะม่วงสุก นอกจากนี้ ยังพบได้มากในผักที่มีใบเขียวเข้ม เช่น ตำลึง ปวยเล้ง ใบชะพลู ใบยอ เป็นต้น หรือหากเราไม่แน่ใจว่าจะได้รับวิตามินครบมากพอหรือไม่ การกินวิตามินเสริมก็สามารถทดแทนได้เช่นกัน

  1. ควรทานวิตามินซี 1000 มก. ทานครั้งละ 1 เม็ด 2 เวลาหลังอาหารเช้าและเที่ยง จนกว่าเราจะลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ
  2. วิตามินบี 100 (มีวิตามินบีทุกตัวขนาด 100 มก.) ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า

เพียงหลักการง่ายๆ เท่านี้ คุณก็สามารถลดน้ำหนักได้โดยที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยง่าย และใบหน้าไม่โทรมก่อนวัยด้วย

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง